จำได้มั๊ยว่าวิ่งทำไม ตั้งแต่ครั้งแรก
แรกๆนั้นวิ่งเพื่ออยากรู้ว่า ทำไมเขาถึงชอบวิ่งกันนะ (วิ่งตามผู้ชายนั่นแหละ เอาตรงๆ) แต่มันก็ไม่ in เพราะเขาวิ่ง pace เขา และวิ่งในที่ที่เราไม่ชอบ เช่น city run ที่ต้องวิ่งเป็นกลุ่ม กับคนที่เราไม่รู้จัก เพราะเรามัน introvert
ต่อมาก็ค่อยๆ ลองวิ่งเอง เพราะซื้อรองเท้ามาแล้ว วิ่งคนเดียว วิ่งในหมู่บ้าน ก็เริ่มพบกับความสงบสุขทางใจ อย่างน้อย เราใช้เวลา 1 ชั่วโมงให้มีคุณค่า ดีกว่าเอา 1 ชั่วโมงมานั่งเครียด และส่วนใหญ่ก็เครียดเรื่องคนๆ นั้น นั่นแหละ
จากนั้นก็ค่อย ๆวิ่งเรื่อยมา ไม่ลงงาน ไม่สนใจเสื้อผ้า ไม่สนใจรองเท้า ไม่มีแม้แต่นาฬิกาวิ่ง
ช่วง Covid เป็นช่วงที่เริ่มวิ่งจริงจัง สบายใจกับตัวเองมากขึ้น เพราะผู้ชายย้ายของออกจากบ้านไปละ
บอกตัวเองว่า วิ่งซะ วิ่งเพื่อลิมๆ เรื่องต่างๆ วิ่งไปให้ครบ 21 วัน อย่าหยุด…สรุปครบ 21 วัน !!! ได้ด้วย เลยซื้อรองเท้าให้ตัวเองเป็นของขวัญ และรองเท้าคู่แรกนั้น คู่นั้น คือ Saucony สีเขียวมิ้น
เริ่ม addict การวิ่งเรื่อยมา
เพราะ “การวิ่ง” คือ การที่เราก็เอาเรื่องราวต่างๆ ในแต่ละวันไปคุยกับตัวเองระหว่างวิ่ง ได้คำตอบหลายอย่าง
จากนั้นเพื่อนเริ่มชวนลงงานต่างๆ ก็บ้าไปกับเขา งานโหดที่สุดคือ CM1 สำหรับคนไม่เคยวิ่งเทรล ไปคนเดียว เพราะเพื่อนรออยู่ที่ CM3
จำได้ว่า ทั้งกลัว ทั้งไม่แน่ใจ ทั้งตื่นเต้น ….
แต่จบว่ะ!!! จบแบบเจ็บๆ นี่แหละ พอวิ่งจบเดินเป็นเพนกวิ้นเลย
วิ่งเทรลคนเดียว มันดีนะ มันได้คุยกับตัวเองมากกว่าที่คิดไว้ (ปกติไม่คุยกับคนอื่นอยู่แล้ว)
วิ่งเทรล
ทำให้เราได้เห็นท้องฟ้า
ได้เห็นต้นไม้
มันได้แง่คิดอะไรหลายๆ อย่าง
เลยชอบวิ่งเทรลต่อมาเรื่อยๆ
ซ่าส์ไปลงงานวิ่งมาราธอน …คร่ะ … หนักหน่วงกว่าเทรล เพราะมาราธอน มันคือ กีฬา ในไม่ใช่การออกกำลังกาย หากไม่ซ้อม ไม่มีทางจะวิ่งจบ…แต่จบอีกแล้วว่ะ!!! เฉี่ยว cut off ไป 3 นาที … เดินเป็นเพนกวิ้นอีกเช่นเคย
และขณะนี้ ตอนนี้ กำลังซ้อมไปเทรลระยะที่ไกลที่สุดที่ตัวเองไม่เคยคิดที่จะทำ นั่นคือ CM3 ระยะ 58 Km. เขาให้เวลา 17 ชั่วโมง
นี่คือความเป็นมาของการวิ่งของเรา … แล้ว..เขียนทำไม…
เขียนเพราะ
วันนี้อยู่ๆ ขณะที่ซ้อม ก็นึกถามตัวเองขึ้นมาว่า…ทำไมเรามาวิ่งวะ…
อ๋ออออ…เราเครียด…เราอยากหนีอย่างรวดเร็ว อยากกระชากเอ็นโดรฟินให้หลั่งเพื่อบรรเทาความกลัดกลุ้มในใจ
ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราไปถึงไหนแล้วนะ …อ๋อ..กำลังซ้อมไปเทรล
อ๋อ…งั้นเราไม่ต้องวิ่งเร็วนะ เเต่เราแค่ต้องวิ่งให้ไกล ให้มี Endurance วันนี้เลยวิ่งชิลล์ๆ ไม่มีกด pace ไม่มีอดทน เหนื่อยก็เดิน ค่อยๆไป
จากจุดหนึ่ง…. ไปถึงอีกจุดหนึ่ง
จากวัตถุประสงค์แรก เดินทางมายังวัตถุประสงค์ใหม่…
แม้มันไม่ใช่เป้าหมายเดิม แต่เป้าหมายใหม่ มันก็คุ้ม แม้มันจะเริ่มต้นจากความเจ็บปวด
