เข้าป่าแต่ละครั้งได้อะไรบ้าง
สำหรับผึ้งการเข้าป่า คือ การไปวิ่งเทรล ซึ่งป็นการเข้าไปสัมผัสป่าครั้งแรก
ผึ้งไม่รู้จักการอาบป่า หรือการเดินป่า หรือการกางเต้นท์นอนในป่า
การไปเทรล ทำให้ได้รู้จักตัวเอง และทักทายป่า
☝️เทรลแรก CM1 ปี 2023 ระยะ 19.8 km. จบด้วยเวลา 5:28:00 ชั่วโมง overall rank 359 , gender rank 178 , cat. rank 51
✌️เทรลที่ 2 CM2 ปี 2025 ระยะ 38.1 km. ใช้เวลาไป 12:44:06 ชั่วโมง
overall rank 292 , gender rank 98 , cat. rank 41
🫰เทรลที่ 3 Pong Yeang Trail 2025 ระยะ 49.7 ใช้เวลาไป 12:53:40 ชั่วโมง overall rank 86, gender rank 26 , cat. rank 5
ขอแชร์ 3 เรื่อง
1. ในเชิงสุขภาพ การกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย :
กินดี คือ ไม่อด กินเข้าไปเท่าที่ร่างกายต้องการ เเต่ต้องคำนึงเสมอว่า เรากำลังให้ความสำคัญกับ “การกินสารอาหาร” ให้ร่างกาย มากกว่า “การกินอาหาร”
การพักผ่อน หรือ การนอน ที่เพียงพอ แม้ข้อนี้ผึ้งจะยังทำได้ไม่ดี แต่ก็เรียนรู้ว่า การ “ฝึก” นอนเร็ว นอนให้พอ เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ช่วงเวลาการนอน คือช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการในการซ่อมแซมตัวเอง เรื่องนี้ ต้องฝึกนะคะ เพราะเราชินกับการนอนดึก
การออกกำลังกาย คือ วินัย ที่เราต้องมอบให้กับตัวเอง ทั้ง strength, stretching และ cardio ควรฝึกให้ครบ สำหรับผึ้ง คือ การเวท โยคะ และการวิ่ง
2. ในเชิงความคิด และเติบโตภายในจากป่า
เวลาดีขึ้นทุก race อย่างเห็นได้ชัด ร่างกายเรามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์
ความคิดเราก็เช่นกัน ความคิดของเราต้องการพัฒนาการ และการเติบโต ยิ่งแก่ อย่าโตแค่อายุ แต่ต้องเติบโตจากภายในด้วย “ความคิด” การทำความเข้าใจทั้ง empathy และ sympathy
การเข้าป่า คือ การได้เจริญสมาธิ กำหนดจิตให้จดจ่อ แบบไม่ต้อพยายาม แต่มันเป็นไปเอง เพราะเรา focus กับทุกย่างของการก้าวเดิน
การเห็นบทเรียนจากป่า ครั้งนี้ได้ข้อคิดเดิมๆ แต่มันกลับมาเตือนสติ คือ “เรื่องความธรรมดา”
บางอย่าง … เราต้องใช้เวลาเดินทางเพื่อตามหา ความธรรมดาของใครอีกคน
เดินทางไกล ขึ้นไป เพื่อไปหา “ธรรมชาติ และความธรรมดา” ที่ชาวบ้านบนเขาเห็นมันทุกวัน
โลกนี้ หากค่อยๆ สังเกต มันสอนเราทุก Step
ธรรมดาของใครบางคน คือ พิเศษมากของใครอีกคน
เรื่องราวจากก้อนหิน …
หินเหล่านี้โดนเหยียบ จากทุกคนที่เดินผ่าน .. แต่มันยังคงคง
หินเหล่านี้ ไม่ถูกเอามาขึ้นรูป ลบเหลี่ยม ลบมุม แต่มันถูกขัดเกลาด้วยรอยเท้า น้ำป่า เพื่อให้มันค่อยๆ มน กลม ขึ้น
หินเหล่านี้ มีค่า เมื่อวางอยู่ตรงนั้น เหมือนธรรมชาติสร้างบันได เพื่อให้เราได้เดิน
เรื่องราวจากรากไม้.. รากไม้ทแข็งแรง มันจะชอนไชไปไกล และใหญ่มาก เพื่อดึงสารอาหารมาเลี้ยงต้นไม้ และเพื่อให้ต้นไม้ยังคงยืนหยัด…ชีวิตเราก็เช่นกัน ..ไม่ใช่แค่เรา แต่คือ คนรอบข้าง
ครั้งนี้ป่า บอกเพิ่มเติมว่า..ให้เวลากับสิ่งที่กำลังกังวล แค่ วีคละ 1 ชั่วโมง มันมากไปหรอผึ้ง??? .. จริง มันไม่มากเลย แค่เราต้องจัดสรรเวลาให้ดี
ป่าบอกว่า สิ่งกังวล มันเป็นเรื่องที่ต้องกังวลจริงๆ หรอผึ้ง.. ก็ไดคำตอบว่าไม่เลยค่ะป่า ผึ้งกังวล และคิดล่วงหน้าไปเอง เอาความการกรพทำของเขามาแปลเป็นความคิดที่เราคิดลงไป..จริงๆ มันอาจจะไม่ใช่นะ..
ป่าไม่เคยตัดสินใคร … ป่าให้โอกาสทุกคนไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นอย่างไร
บางอย่างมีแล้ว… ไม่ตระหนักถึงการมี
บางอย่างกำลังจะขาดไปแล้ว…ร่ำร้องโวยวาย เมื่อต้องจาก
สุดท้าย ออกจากตัวเองมาแสดงความขอบคุณสักหน่อย
ขอบคุณตัวเองที่พาตัวเองออกมาเจอโลกที่กว้างกว่าเดิม
ได้เห็นฟ้าที่ใสกว่าเดิม ได้เห็นหมอก ไม่ใช่ PM และได้สัมผัสเขาสูงที่สูงกว่าที่คิด
ขอบคุณความเงียบในป่า ที่เงียบจนได้ยินเสียงแมลงคุยกัน เลยมาจนถึงได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นของเราเอง
ขอบคุณ แบงค์ คนที่เป็นทั้งน้อง ทั้งเพื่อนที่พยายามชวนพี่ผึ้งออกมาจากโลกใบเก่า และให้กำลังใจพี่เสมอ แม้ว่าบางครั้งแบงค์ก็คงคิดว่า “พี่จะทำได้ป่าวนะ”
ขอบคุณเพื่อนใหม่ “เชษฐ์” ที่เป็นเพื่อนร่วมทริปที่ดูธรรมดา แต่จริงๆ แล้วมุ่งมั่นมากๆ ในการซ้อมถึงขนาดทำแผนการเข้าทุก race พี่งงไปเลย ณ จุดนี้
ขอบคุณธรรมชาติ ดอยสงบต้นไม้สูงเสียดเมฆ ก้อนหินทุกก้อน แมลงที่ส่งเสียงร้องเป็นเพื่อนระหว่างวิ่งทุกตัว น้ำตกทุกสาย
ขอบคุณทีม Support ของพี่ที่อุตส่าห์ขับรถตามมาเก็บพี่ถึงจุด finish และพยุงเดิน ในจังหวะที่เดินไม่ได้แล้ว มาทำแผลให้ด้วย
งานนี้ ผึ้งทำเวลาได้ดีมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ดีจนไม่อยากเชื่อตัวเอง
หมั่นฝึกฝน เพื่อร่างกายที่แข็งแรงขึ้น เพื่อกล้ามเนื้อที่พยุงกระดูก เพื่อลูกชาย ร่างกายเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่สามารถจำการวิ่ง พัฒนากล้ามเนื้อ ร่างกายเราพัฒนาได้
Trail อีกแล้ว
